![[ครบชุด] T0909124_วางยาสาม เพ อหว งเอาสมบ ต](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_082056.jpg)
สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ: ทดลองขับ Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo ณ สนามแข่ง Autodromo ประเทศอิตาลี (อัปเดตปี 2026)
วันที่: 13 มีนาคม 2017 (อัปเดตปี 2026)
หมวดหมู่: รีวิวรถยนต์หรู, ยานยนต์ระดับพรีเมียม, แบรนด์ Maserati, ยนตรกรรมสปอร์ต
บทนำ
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วยเครื่องบิน Boeing 777-300 ของสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 ซึ่งพาเราบินลัดฟ้าจากนครดูไบสู่สนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี โดยต่อเครื่องมาจากกรุงเทพฯ โดยเครื่อง Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ผมเดินทางมาถึงอิตาลีแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้เหยียบแผ่นดินที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมกาแฟชั้นเยี่ยม, เจลาโต้แสนอร่อย, ทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ, และที่สำคัญที่สุด อุตสาหกรรมยานยนต์ที่แสนภาคภูมิของโลก นำโดยกลุ่มยักษ์ใหญ่อย่าง Fiat Chrysler Automotive (FCA) ซึ่งกำลังสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในตลาดโลก
ในปี 2017 ผมได้รับเชิญเข้าร่วมคณะสื่อมวลชนไทยชุดพิเศษ จำนวน 13 ชีวิต พร้อมกับกลุ่ม VIP อีก 25 ท่าน จากบริษัท MGC Asia ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้สำรวจรากเหง้าแห่งตำนานตรีศูลถึงถิ่นกำเนิด เพื่อขยายความรู้จักของแบรนด์ Maserati สู่สังคมไทย
สถานที่หลายแห่งที่เราได้รับอนุญาตให้เข้าชม บางแห่งนั้นต่อให้คุณเดินทางมาถึงอิตาลีด้วยตัวเอง ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความไว้วางใจให้เข้าเยี่ยมชม
ย้อนรอยอดีตสู่ศูนย์กลางของ Maserati ณ เมืองโมเดนา
ทันทีที่เดินทางถึงสนามบิน Bologna เราตรงไปยังสำนักงานใหญ่และโรงงาน Maserati ที่ตั้งอยู่บนถนน Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena เพื่อเริ่มต้นการเดินทางในทริปสุดพิเศษนี้ พื้นที่นี้เคยเป็นโรงงานเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1939 โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นไม่เกิน 500 คันต่อปี อาคารสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่สูง 9 ชั้น รวมถึงลานจอดรถสำหรับพนักงานและแขกผู้มาเยือน ได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 1997 อันเป็นช่วงเวลาที่ Ferrari ซึ่งเป็นคู่แข่งทางประวัติศาสตร์ ได้เข้ามาช่วยกอบกู้และรวมเข้ากับกิจการของ Maserati จนกลายเป็น Ferrari-Maserati Group ที่โด่งดังในยุคนั้น
ในวันที่เราเดินทางมาเยี่ยมชมนั้น รถแข่งรุ่นหายากอย่าง Maserati MC12 Corsa ได้ถูกจัดแสดงอย่างสง่างามอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์ สีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีรถสปอร์ตทรงหรูอย่าง Maserati Levante S และรถแข่งรุ่นตำนาน Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งผลิตขึ้นเพียง 12 คันในโลก (รวมรถทดสอบและรถโปรโมทอีก 3 คัน) จอดโชว์อยู่อย่างโดดเด่น
MC12 Corsa เป็นเวอร์ชันที่สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันในสนามอย่างเป็นทางการ ตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT ดีไซน์โดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari-Maserati Group ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 สูบ มุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A มีอัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 ใช้ระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump พัฒนาต่อเนื่องมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ใน Ferrari Enzo
สรุปข้อมูลทางเทคนิคสำคัญของ MC12 Corsa (2006):
เครื่องยนต์: V12, 65° DOHC, 48 วาล์ว
ปริมาตรกระบอกสูบ: 5,998 ซีซี
แรงม้า: 755 PS ที่ 8,000 รอบ/นาที
แรงบิด: 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบ/นาที
การเปิดตัว: พฤษภาคม 2006
ราคาเปิดตัว: 1,000,000 ยูโร
ราคาตลาดปัจจุบัน: สูงถึง 3,000,000 ยูโร เนื่องจากเป็นรถสำหรับใช้งานในสนามส่วนตัวหรือใช้ในการจัดแสดงเท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (homologated) สำหรับวิ่งบนถนนสาธารณะแต่อย่างใด
นอกจากเครื่องยนต์และโครงสร้างรถแข่งในอดีตแล้ว ที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ซึ่งมีตั้งแต่เสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า, ของกระจุกกระจิก, ไปจนถึงหนังสือหายากเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati
พิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัว: มรดกแห่งความทรงจำของ Umberto Panini
จากนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นฟาร์มผลิตชีส Parmesan ชื่อดังในท้องถิ่น สิ่งที่เราประหลาดใจคือ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของฟาร์มผู้ชื่นชอบและหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะแบรนด์ Maserati เป็นพิเศษ ถึงขั้นสะสมรถสปอร์ต Maserati โบราณไว้ถึง 22 คัน โดยมีรายการสำคัญดังนี้:
| ลำดับ | รุ่นรถ | ปีที่ผลิต | หมายเหตุ |
| :— | :— | :— | :— |
| 1 | Maserati 6C 34 | 1934 | |
| 2 | Maserati 6CM | 1936 | |
| 3 | Maserati A6GCS 53 “Berlinetta” | 1953 | |
| 4 | Maserati A6G 54 2000 Allemanno | 1954 | |
| 5 | Maserati 250F V12 | 1957 | ชนะการแข่งขันระดับโลกโดย พระองค์เจ้าพีระฯ |
| 6 | Maserati 3500 GT | 1958 | |
| 7 | Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO | 1958 | |
| 8 | Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO | 1961 | |
| 9 | Maserati TIPO 63 V12 Serenissima | 1961 | |
| 10 | Maserati MISTRAL Coupe | 1965 | |
| 11 | Maserati GHIBLI Coupe | 1968 | |
| 12 | Maserati SIMUN Prototipo | 1968 | |
| 13 | Maserati GHIBLI Spyder | 1970 | |
| 14 | Maserati BORA | 1971 | |
| 15 | Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo | 1974 | |
| 16 | Maserati KHAMSIN | 1975 | |
| 17 | Maserati MERAK SS Turbo Prototipo | 1980 | (สีเหลือง) |
| 18 | Maserati QUATTROPORTE Royale | 1989 | (Sedan สีเทา) |
| 19 | Maserati CHUBASCO Prototipo | 1990 | (สีแดง, ชั้น 2) |
| 20 | Maserati BARCHETTA Stradale Maquette | 1991 | |
| 21 | Maserati GHIBLI Open Cup | 1996 | |
| 22 | Maserati 3200 GT Trofeo | 2002 | |
นอกจากรถยนต์ Maserati แล้ว ที่นี่ยังจัดแสดงรถยนต์รุ่นหายากอื่นๆ เช่น Cadillac Limousine 355 (จากสำนักวาติกัน), Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์จากค่าย Fiat, Alfa Romeo, Lancia รวมถึงรถต้นแบบและจักรยานยนต์โบราณอีกหลากหลายยี่ห้อ
สิ่งที่น่าสนใจ: พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่เก็บสะสมรถเก่า แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ Maserati 250F V12 ที่เคยมีชื่อเสียงโด