![[ครบชุด] T0909125_น องสาวถ กทาร ณท บ านสาม](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_082104.jpg)
ครั้งหนึ่งใน Moden: การเยือนใจกลางตำนานแห่งความเร็ว
ก้าวแรกสู่แผ่นดินอิตาลี ณ วันที่ 6 มีนาคม 2017 ณ โรงงานและสำนักงานใหญ่ของ Maserati ที่ Viale Ciro Menotti เมือง Modena ประเทศอิตาลี ผมและคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย พร้อมแขกพิเศษอีกจำนวนมาก ได้รับเชิญจากบริษัท MGC Asia ตัวแทนจำหน่าย Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้เข้าสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ ซึ่งเป็นความพิเศษที่หลายคนอาจไม่ทราบว่า การเข้าชมสถานที่เหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่นักลงทุนหรือผู้ที่ชื่นชอบรถหรูจากต่างประเทศก็อาจไม่สามารถเข้าถึงได้
ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การได้ยลโฉมรถสปอร์ตระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการได้เห็นถึงรากเหง้าทางวิศวกรรมและความเป็นมาอันยาวนานของแบรนด์ตรีศูล ที่ไม่สามารถสัมผัสได้ง่าย ๆ ด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินมาเยือนอิตาลีด้วยตนเอง
ก้าวแรกสู่ตำนาน: โรงงานและสำนักงานใหญ่ของ Maserati
ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี เราเดินทางไปยังใจกลางเมือง Modena อันเป็นฐานที่มั่นทางประวัติศาสตร์ของ Maserati โรงงานแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ผลิตรถแข่งในอดีต มีทั้งพื้นที่ดั้งเดิมที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1939 ที่สามารถผลิตรถได้ไม่เกิน 500 คันต่อปี และอาคารสำนักงานสมัยใหม่สูง 9 ชั้น ที่เปิดใช้งานในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari คู่แข่งในอดีตได้เข้ามาช่วยพยุงกิจการและก่อตั้งกลุ่ม Ferrari-Maserati ขึ้น
ภายในอาคาร สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาคือ Maserati Gran Cabrio จอดตั้งเด่นสง่าอยู่บนฐานวงแหวนสีน้ำเงินเข้ม สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง Maserati Levante ซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงรถแข่งรุ่นหายาก Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 12 คันในโลก สำหรับการลงแข่งขันในสนาม และอีก 3 คันสำหรับใช้ในการแสดงและถ่ายภาพ
พลังแห่งวิศวกรรม: MC12 Corsa และความแตกต่างของรถแข่งสู่ท้องถนน
MC12 Corsa ถูกออกแบบภายใต้ความดูแลของ Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายออกแบบคอนเซ็ปต์ของกลุ่ม Ferrari-Maserati เป็นรถแข่งที่สร้างขึ้นเพื่อลงสนามแข่งภายใต้กฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 755 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 710 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานของ Ferrari Enzo เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 ด้วยราคา 1 ล้านยูโร
สิ่งที่ทำให้รถแข่งคันนี้ยิ่งน่าทึ่งคือราคาขายล่าสุดในสหรัฐอเมริกา ที่มีดีลเลอร์ตั้งราคาสูงถึง 3 ล้านยูโร เนื่องจากรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันและทดสอบส่วนตัวเท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (homologated) ให้สามารถวิ่งบนถนนได้จริง
นอกเหนือจากการแสดงรถต้นแบบและโครงสร้างเฟรมแล้ว ภายในบริเวณโรงงานยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่จำหน่ายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องหนัง ไปจนถึงโมเดลรถ และหนังสือที่เกี่ยวกับแบรนด์ Maserati เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนคลับจากทั่วโลก
มรดกแห่งรถสปอร์ต: มิติใหม่แห่งโลกของสะสม
หลังจากเยี่ยมชมโรงงาน เราได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ของ Umberto Panini ผู้ผลิตชีส Parmesan ชั้นนำ และเป็นเจ้าของคอลเลกชันรถยนต์ส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ Maserati พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่จัดแสดงรถ แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์รถสปอร์ตและรถแข่งในตำนานของแบรนด์
รายการรถที่น่าสนใจใน Panini Motor Museum:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถแข่งของ Prince Bira ซึ่งเคยคว้าชัยชนะในสนามระดับโลก)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (สีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (รถซีดานสีเทา ข้าง Merak)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (สีแดงชั้นบน)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
นอกจากรถยนต์ของ Maserati แล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงรถรุ่นหายากอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น Cadillac Limousine 355 จากสำนักวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์จากแบรนด์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia รวมถึงรถต้นแบบและจักรยานยนต์โบราณ
เรื่องน่าสนใจคือ รถยนต์คอลเลกชันนี้ เกือบจะต้องถูกประมูลขายไปแล้วในเดือนธันวาคม ปี 1996 เมื่อ FIAT เข้าซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท DeTomaso ในปี 1993 ทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในรถยนต์และเครื่องยนต์ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงกว่า 19 คัน และ 15 รายการเครื่องยนต์ แต่โชคดีที่ครอบครัว Panini ได้เข้าซื้อรถทั้งหมดไว้ทันก่อนการประมูล ณ Brook Auction House กรุงลอนดอน
ภายหลังจากนั้น เทศบาลเมือง Modena ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมในขณะนั้น และภาคเอกชน ได้ร่วมมือกันหาทางออกเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของเมืองไว้ จนในที่สุด Umberto Panini ก็ได้ตัดสินใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ให้คนรักแบรนด์ Maserati ได้เข้าชม ศึกษาหาความรู้ และเป็นศูนย์รวมของบรรดาแฟนคลับจากทั่วโลก
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ Panini Motor Museum เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี (ปิดเดือนมกราคม, กุมภาพันธ์, สิงหาคม, พฤศจิกายน, ธันวาคม) การเข้าชมต้องมาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป และต้องลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น
ย้อนรอยอุตสาหกรรมรถยนต์: เส้นทางผลิตที่เมืองตูริน
การเดินทางในทริปนี้ยังรวมถึงการเยี่ยมชมโรงงาน Mirafiori ในเมืองตูริน ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Levante การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่น่าประทับใจมาก เพราะโรงงานแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1937 และเคยเป็นศูนย์รวมการผลิตรถยนต์ชั้นนำของกลุ่ม Fiat มาแล้ว
โรงงานแห่งนี้มีสายการผลิตรถยนต์เพียง 2 รุ่น คือ Alfa Romeo MiTo ที่เริ่มเสื่อมความนิยม และ Maserati Levante การผลิต Levante ใช้เวลาในการติดตั้งชิ้นส่วนประมาณ 6 นาทีต่อคัน ซึ่งต้องรองรับการรวมทางเลือกของอุปกรณ์ สี และรุ่นย่อยได้ถึงประมาณ 1.5 ล้านรูปแบบ
FCA และ Maserati ได้ตัดสินใจให้โรงงาน Mirafiori เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับ Maserati Levante โดยเน้นตลาดในประเทศอิตาลี และการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดจีนที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สายการผลิตเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2016 จนถึงปัจจุบัน โรงงานจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในไลน์ผลิต และทำงานเต็มกะ เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2017 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 58,00